วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ที่มาของเกมส์!!!

.. ถึงแม้ว่าเกมนั้นจะมีประวัติที่ยาวนานและปรากฏทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ ซึ่งสาระสำคัญของระบบ เกม นั้นคือช่วยการกระตือรืร้นในการทำงาน คิดวิเคราะห์และผ่อนคลายจากการทำงาน เช่นการล่าสัดประยุกต์มาเป็นเกมล่าสัตว์ เกมส์เเข่งรถและก็ได้วิวัฒนาการเป็นเกมกีฬา เกมกระดาน ไปจนถึงเกมที่ปฏิวัติเทคโนโลยีทำให้เกิดการวิวัฒนาการสื่อบันเทิงในยุคอนาคต นั่นคือเกมอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่รู้จักกันในนามของวีดีโอเกม

….. เกมอิเล็กทรอนิกส์ Video game เป็นซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เพื่อความบันเทิงชนิดหนึ่ง โดยใช้ระบบไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเป็นอุปกรณ์หลักในการเล่น ซึ่งระบบจะทำการประมวลครูปแบบการเล่นและคะแนนที่ได้รับอย่างรวดเร็ว และจุดเด่นของเกมประเภทนี้ก็คือมีความสามารถเปลี่ยนเกมจากเกมหนึ่งไปอีกเกมหนึ่งได้โดยไม้ต้องเซ็ตระบบให้วุ่นวาย และผู้พัฒนาสามารถพัฒนาเกมได้หลากหลายรูปแบบ
….. สำหรับการกำเนิดเกมอิเล็กทรอนิกส์นั้น เริ่มต้นมาจาก ทศวรรษที่ 50 ช่วงสงครามเย็นได้เปิดฉาก การพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อจำลองการรบและการใช้ขีปนาวุธ  แต่กำเนิดเกมอิเล็กทรอนิกส์จริงๆนั้น เกิดขึ้จจากนักฟิสิกซ์คอมพ์พิวเตอร์ที่พัฒนาเทคโนโลยีจำลองการรบ ปี 1958 วิลเลียม วิลลี ฮิกกินโบแธ ซึ่งเคยทำงานกับระเบิดปรมาณู ลูกแรก ได้เปลี่ยนแปลงเส้นพื้นฐานสองเส้นกับลูกบอลเด้งได้ ให้กลาย เป็นประสบการณ์ความบันเทิงเชิงปฏิสัมพันธ์บนคอมพิวเตอร์ นั่นคือเกม“เทนนิสฟอร์ทู”. เมื่อสงครามพัฒนาไปเกมก็พัฒนาตามไปด้วย จากการสู้รบที่อยู่ในสนามรบ ก้าวไปสู่การสู้รบในสงครามอวกาศแบบเสมือนจริงอย่าง “สเปซวอร์” แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษ ที่ 60 เมื่อสงคราม ในเกาหลี เบอร์ลิน และเวียดนามถูกรายงานผ่านช่องทางอย่าง โทรทัศน์ ราล์ฟ แบร์ ก็เปลี่ยนมันให้กลายเป็นเครื่องเล่นเกมในบ้านระบบแรกที่เรียกว่า เครื่องแม็กนาว็อกซ์ โอดิสซี (Magnavox Odyssey) ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเองปีค.ศ. 1972 Allan Alcorn ผู้พัฒนาเทคโนโลยีของ Atari ได้พัฒนาเกมตู้ (อาเขต) เกมแรกของที่ได้จำลองการเล่นปิงปอง ซึ่งมีชื่อว่า “Pong” เป็นเกมที่สามารถเล่นได้ 2 คน โดยในช่วงแรกนั้น Nolan Bushnell ผู้มอบหมายต้องการพัฒนาเพื่อเป็นอุปกรณ์การศึกษาของนักศึกษาวิชาวิศวะคอมพ์พิวเตอร์ ซึ่งในช่วงแรกๆ นั้นมีราคาที่สูงมาก แต่ได้เห็นช่องทางในการพัฒนาสำหรับเชิงพาณิชย์จึงได้พัฒนาเกมตู้ให้สามารถใช้งานได้ในศูนย์การค้าและได้พัฒนาเป็นเครื่องคอนโซลเครื่องแรกที่มีคุณสมบัติทั้งเป็นวีดีโอเกมที่สามารถเล่นได้ 2 คน เปลี่ยนเกมได้ และราคาไม่สูงมาก ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากทีเดียว จึงเรียกได้ว่าเกมอาเขตหรือเกมตู้ได้พัฒนามาเป็นเกมคอนโซล

ที่มาของแป้น qwerty!!!



สำหรับการเรียงอักษรบนแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้นที่เราใช้พิมพ์งาน เล่นเกมส์  เเชท เเละอื่นๆอีกมากมายนั้น  ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเรียง ที่เรียกว่า QWERTY (คิวเวอร์ตี้) ที่เรียกกันอย่างนี้เพราะเป็นการนำอักษร ๖ ตัวแรก(เมื่อนับจากซ้ายมาขวา) ของแป้นพิมพ์ที่เป็นตัวอักษรแถวบนมาต่อกัน และถ้าหากจะถามว่าทำไมถึงต้องเรียงแบบนี้ เราคงต้องย้อนกลับไปในอดีตกันซะหน่อย
 


  การเรียงลำดับ อักษรของแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้น มีที่มาจากข้อจำกัดที่เกิดกับเครื่องพิมพ์ดีดในยุคแรกๆ ที่ยังจัดแป้นพิมพ์แบบเรียง
ตามลำดับตัวอักษรคือ เมื่อคนที่พิมพ์ดีดได้คล่องและเร็วมาพิมพ์จะทำให้ก้านพิมพ์ดีดขัดกันอยู่ เสมอ ต่อมา คริสโตเฟอร์ ลาแธม โชลส์
วิศวกร เครื่องกลชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ดีดสมัยใหม่รายแรกและได้รับสิทธิบัตรในปี ๑๘๖๘ จึงทำการเรียงลำดับตัวอักษรเสียใหม่ด้วยการแยกตัวอักษรที่มักใช้มาผสมเป็นคำ ร่วมกันบ่อยๆ ออกไปอยู่กันคนละฝั่งของแป้นพิมพ์ เพื่อทำให้นักพิมพ์ดีดพิมพ์ได้ช้าลงกว่าเดิม จะได้ไม่เกิดปัญหาก้านพิมพ์ขัดกันอีก อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกผู้คนยังคงไม่นิยมเครื่องพิมพ์ดีดของเขามากนัก ทำให้โชลส์ตัดสินใจขายสิทธิบัตรดังกล่าวให้กับทางบริษัท เรมิงตันอาร์มคอมพานี ในปี ๑๙๗๓  ซึ่งปรากฏว่าหลังจากที่ทางเรมิงตันผลิตเครื่องพิมพ์ดีดออกมาจำหน่าย ความนิยมในตัวเครื่องพิมพ์ดีดกลับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก  ใน เวลาต่อมา ปรากฏว่ามีผู้พยายามจัดเรียงตัวอักษรบนแป้นพิมพ์เป็นแบบต่างๆ ซึ่งแบบที่ได้รับความนิยมมากหน่อยก็อย่างเช่น แบบ DVORAK ซึ่งเคยมีการบอกกล่าวกันว่าการเรียงในรูปแบบนี้จะทำให้พิมพ์เร็วขึ้น จนทางห้างร้านบริษัทหลายแห่งเริ่มนิยมกันอยู่พักหนึ่ง แต่ว่าในปี ๑๙๕๖ ทาง General Services Administration ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่
หน่วยงานอื่นๆของรัฐ ได้ทำการศึกษาการจัดแป้นพิมพ์ทั้ง ๒ แบบ และก็พบว่า การจัดแบบ QWERTY นั้น ทำให้พิมพ์ได้เร็วเท่ากับหรือมากกว่าแบบ DVORAK ทำ ให้ความนิยมของการจัดแป้นพิมพ์แบบ DVORAK ลดลงไป
   
ทั้งนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า ปัจจุบันเราก็ไม่ได้นิยมใช้พิมพ์ดีดแบบเมื่อก่อนแล้ว ดังนั้นปัญหาเรื่องก้านพิมพ์ขัดกันก็ไม่น่าจะเป็น
ปัญหาต่อไป แล้วทำไมเราจึงไม่เปลี่ยนกลับไปใช้แป้นพิมพ์แบบเรียงตามตัวอักษรเหมือนก่อน ซึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้หลายคนคงพอเดากันได้ว่าเป็นเพราะ เราคุ้นเคยและเคยชินกับแบบ QWERTY จนไม่อยากจะกลับไปเสียเวลาเริ่มนับหนึ่งกับแบบเดิมเสียแล้ว