วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กำเนิด ALFE ROMEO



ในประเทศอิตาลีมีผู้ผลิต รถยนต์ รายสำคัญๆอยู่ 7 รายใหญ่ๆ อาทิเช่น อัลฟา โรเมโอ ,เฟอร์รารี ,เฟียต ,แลมโบกินี่ ,แลนสิอา ,มาเซราตี , เด โตมาโช   สัญลักษณ์บนกระจังหน้าของอัลฟา โรเมโอ ทุกคันเป็นตราที่เก่าแก่ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1910 โดนดังแปลงเพียงเล็กน้อยจากแบบเดิม  ที่มาของเจ้าตรานี้คือตราประจำตระกูล วิสคอนติ (VISCONTI) ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ของเมืองมิลาน อันเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตรถยนต์ของอัลฟา โรเมโอ  โดนที่รูปังกรกำลังกลืนเด็กสีแดงทางขวามอของตราสัญลักษณ์มีที่มาจาก ความเชื่อที่ว่า บรรพบุรุษของตระกูลนี้ได้สังหารมังกรในสมัยคริสต์ศตวรรษ ที่5 ส่วนกางเขนสีแดงด้านซ้ายมือของตราเป็นสัญลักษณ์การเข้าร่วมสงครามคูเสซของตระกูลวิสคอนติน  สำหรับบริษัท อัลฟา โรเมโอ นับเป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายเก่าแก่ของอิตาลี เพราะเริ่มผลิตรถยนต์มาตั้งแต่ปี 1910  ในช่วงแรกบริษัทใช้ชื่อว่า ALFA แต่ต่อมาได้มีการขายกิจการให้แก่นักอุสาหกรรมนามว่า นิโคลา โรเมโอ เพราะฉะนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาบริษัทผลิตรถยนต์รายนี้ก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อ อัลฟา โรเมโอ เป็นต้นมา เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารทำให้องกรณ์นี้มีการพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดเนื่องจาก นิโคลา เป็นคนที่มีความใส่ใจในรายละเอียดยิบย่อย เพราะฉะนั้นหากะไรพลาดไปแม้มิลเดียวสิ่งนั้นเป็นอันยกเลิก หรือไม่ก็ถูกแก้ไขทันที


และนอกจากจะผลิตรถำหรับขับแล้ว อัลฟา ยังผลิตรถแข่งด้วย  นับเป็นการตัดสินใจที่ดีมากเพราะอัลฟาได้ประสบความสำเร็จในการผลิตรถแข่งอย่างมาก  เพราะงั้นชื่อของอัลฟา ยิ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก นับแต่นั้นมา อัลฟา โรเมโอ จึงเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการแข่งรถ

ในช่วงปี 1930 อัลฟา โรเมโอ เริ่มประสบปัญหาทางการเงินถึงกับต้องขายกิจการทั้งหมดให้กับรัฐบาลอิตาลีในปี 1993 อย่างไรก็ตามหลังจากดำรงฐานะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ในการควบคุมของรัฐบาลอยู่ถึงห้าทศวรรษ ในปี1986 อัลฟา โรเมโอ ก็กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์เอกชนอีกครั้งหลังจากรัฐบาลอิตาลีตัดสินใจขายกิจการให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่าง เฟียต  บัจจุบันอัลฟา โรเมโอ เป็นรถยนต์ที่ผลิตภายใต้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เฟียต


วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Chat กันโลกแตก!!



ณ บัจจุบันคงแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักการแชท หรอ  chat  แน่ๆ  เพราะทุกวันนี้เราแทบจะกินอยู่กับมันแล้วหรือจะพิมพ์ให้ชัดๆก็คือมันกลายเป็นวัฒนธรรมของเราไปแล้วในเรื่องของการ ‘’แชท’’ หากจะหาข้อพิสูจณ์ละก็ แค่คุณลองเดินออกไปจากซอยบ้าน หรือเดินไปแถวๆที่ๆมีคนเยอะๆ  ผมรับประกันเลยว่า 2/3 ของคนที่คุณเห็นจะต้องกำลังกดโทรศัพท์แชทอยู่เป็นแน่  



วัฒนธรรมของการ แชท ผมว่ามันคงเกิดมาพร้อมๆกับ smart phone แน่ๆ เพราะว่าในตอนแรกการแชทยังคงถูกจำกัดอยู่แค่หน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้นแต่พอมีเทคโนโลยี smart phone เข้ามา  ทำให้ขีดจำกัดของการแชทนั้นขยายขึ้นอย่างสูงสุด
ทำให้ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม  อยู่ตรงไหนของมุมโลกก็ตาม  เราก็สามารถที่จะติดต่อกันได้อย่างไร้ซึ่งขอบเขตแต่ก็ใช่ว่าเจ้าเทคโนโลยีนี้จะมีแต่ข้อดี  เพราะ เมื่อเราไม่มีขีดจำกัดของการเชื่อมต่อ การสื่อสารจึงเป็นไปได้อย่างหลากหลาย  ข้อเสียอย่างแรกเลยคือเทคโนโลยีนี้ทำให้คนเราพูดจากันน้อยลง  แต่แชทกันมากขึ้น  ทำให้ในเรื่องบางเรื่องเราอาจจะสื่อสารกันได้ไม่ชัดเจน  เมื่อการสื่อสารที่ไม่ชัดเจจนเกิดขึ้นทำให้การเข้าใจผิดเกิดขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมว่าในเรื่องบางเรื่องเราก็ใช้ปากพูดกันดีกว่าครับ 

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเรื่องบางเรื่องที่เราเห็นว่าเป็นสิ่งที่สะดวกสบายก็ตาม  แต่หากเรามาสังเกตดีๆ สิ่งเหล่านั้นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้ทั้งหมดสักทีเดียว